November 13
กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน
แล้ววันนั้นก็มาถึง
อยากส่งถึงทุกท่านในประเทศไทยจัง!!!
| .. บางท่านอาจแปลกใจที่ทำไมธรรมชาติจึงได้โหดร้ายรุนแรงขึ้นทุกวัน แต่สำหรับผมแล้ว..ไม่แปลกใจเลยสักนิดทำไมน่ะหรือ.. เพราะเห็นตำตาอยู่ทุกวี่วันแถมขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว.. .. ภาพแรกผืนพรมสีเขียว..ป่าอันอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำสาละวิน.. ที่มันยังคงเขียวอยู่ได้เพราะอยู่ห่างไกลผู้คน.. แถมดินแดนแถบนี้ยังมีการรบของชนกลุ่มน้อยอยู่ตลอดเวลา.. มีแต่ทหารเท่านั้นถึงจะกล้ามายังดินแดนแถบนี้.. .. เมื่อมีความเจริญ..มีการพัฒนา (ในภาษาของธรรมชาติการพัฒนาของมนุษย์คือ..การทำลายล้างธรรมชาติ) มีถนนลากยาวไปถึงไหนก็บรรลัยวายวอดที่นั่น..ป่าเริ่มถูกเปิดบริสุทธิ์..จุดเริ่มต้นของหายนะ. |  |
| .. ท่านอาจไม่เชื่อว่ามนุษย์มีพรสวรรค์ในทางทำลายล้างอย่างหาสัตว์พันธ์ไหนมาทาบรัศมีได้ยาก ภูเขาบางลูกมีอายุยืนยาวมานับร้อยนับพันปี แต่มนุษย์เพียงคนเดี่ยวสามารถถากถางป่าจนเหี้ยนได้ภายในเวลาไม่กี่วัน |
ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นจุดสีขาวๆ เล็ก ๆ อยู่ 2-3 จุดด้านบนขวามือ นั่นเป็นกระท่อมหลังน้อยที่ผู้บุกรุกอาศัยอยู่..คนไม่น่าจะเกิน 5 คน แต่สามารถ่ทำลายป่าจนภูเขาหมดเป็นลูกๆ น่าชื่นชมซะไม่มี | |
| เมื่อมีผู้ว่าราชการมารับตำแหน่งใหม่ๆ ท่านได้ขอ ฮ.ทบ. เพื่อบินสำรวจอาณาเขตป่าที่ท่านต้องรับผิดชอบ ก่อนขึ้นเครื่องท่านได้พูดถึงนโยบายที่วาดไว้สวยหรูเรื่องการอนุรักษ์ป่า จนผมฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แถมยังแอบอมยิ้ม..ท่านบอกว่ากับพวกผมว่า "ถ้าระหว่างบินไปทำงานแล้วพบเจอว่ามีการตัดไม้ทำลายป่าให้แจ้งท่านเป็นการส่วนตัวได้ตลอดเวลา" |
| .. ยิ่งบินลึกเข้าไปในป่า.เสียงของท่านผู้ว่า ฯ ก็เบาลงเรื่อยๆ บางช่วงก็ถึงกับเงียบจนผมต้องหันไปมองดูว่าท่านยังสบายดีอยู่หรือเปล่า ผมกลัวว่าท่านจะช็อกกับภาพที่เห็นกระจะตาอยุ่เบื้องล่าง และเป็นการได้เห็นด้วยตาของตนเองต่างจากรายงานบนแผ่นกระดาษอย่างสิ้นเชิง | |
| ภูเขาหมดเป็นลูกๆ แบบนี้บ้านผมเรียกว่า "วายวอด" ไม่ใช่การบุกรุกป่า แต่เป็นการทำลายล้างป่าต้นน้ำของประเทศไทยให้สูญพันธ์ไปอย่างรวดเร็วที่สุด ท่านผู้ว่าฯ ของผมไม่ได้ถึงกับเงียบจนเกินไปนัก เพราะบางช่วงแม้เสียงใบพัด ฮ.จะดังสนั่นหวั่นไหว หูผมอาจฝาดไปก็ได้..เพราะผมคิดว่าผมได้ยินเสียงท่านผู้ว่าฯ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าอุดมการณ์อันแรงกล้าของท่านที่จะยืนหยัดรักษาป่าต้นน้ำไว้ให้ลูกหลานคนไทย จะยังคงเหนียวแน่นมั่นคงอยู่หรือเปล่า.ในยามที่ได้มาเห็นความจริงต่อหน้าต่อตาแบบนี้.. |
| ไม้มีค่าจำพวก "ต้นสักทอง" จะถูกตัดโค่นและขนลำเลียงออกมาก่อน ส่วนที่เหลือก็ไม่มีความหมายอันใด จัดการฌาปนกิจป่าทั้งป่าให้ไปสู่ที่ชอบที่ชอบ ยามเมื่อคนตัดไม้เหน็ดเหนื่อยยังมีเวลาได้พัก ตกกลางคืนก็มีเวลาได้นอนหลับพักผ่อนมีเวลาให้ป่าได้พักจากการถูกทำลาย แต่การทำลายป่าด้วยวิธีการเผา ไฟป่าจะโหมไหม้ตลอด 24 ชม. ไม่มีเวลาได้หยุดพัก ไฟจะลามต่อเนื่องกินพื้นที่นับร้อยนับพันไร่เพียงข้ามคืน ท่านลองดูด้วยตาจะเห็นว่าควันไฟจากการเผาทำลายป่ามันสามารถทำให้ป่าทั้งป่ามืดคลึ้ม ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีฟ้ากลับกลายเป็นสีเทา ผมไม่ได้หมายถึงป่าจำนวน 10 หรือ 100 ไร่ แต่มันหมายถึงป่าที่ผมมองไปจนสุดสายตาแต่ไม่เห็นอะไรเลย..นอกจากควันไฟ. | |
| .. แล้วเมืองก็ผุดขึ้นกลางป่า..กลางหุบเขา..รีสอรท์เอย..โรงแรมเอย..ไหนจะสนามกอล์ฟ ไร่ส้ม..พืชผักปลอดสารพิษ.ภาพนี้ถ่ายจากอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่.. |
| .. รีสอร์ทกลางหุบเขาของใครเอ่ยยย ขอเชิญท่านมาเป็นแขกของเรา บรรยากาศท่ามกลางขุนเขา..อากาศบริสุทธิ์..และถ้าท่านใดเคยเป็นลูกค้ารีสอร์ทประเภทนี้ ขอยินดีกับท่านด้วยที่ท่านเป็นหนึ่งในผู้เห็นดีเห็นงามกับการทำลายป่า เงินของท่านจะได้เป็นส่วนหนึ่งของกองทุน ในการทำลายป่าขยายกิจการของรีสอร์ทออกไปให้เจริญรุดหน้า ยามที่ท่านตื่นขึ้นยาม เช้า..เดินไปออกไปชื่นชมธรรมชาติที่ระเบียงห้องพักของรีสอร์ท พร้อมกับสูดลมหายใจอันแสนบริสุทธิ์ของป่าเข้าไปเต็มปอด และรำพึงรำพันออกมาด้วยความสุข ขอให้ท่านรับรู้ว่า..ป่ากำลังร้องไห้.ความสุขของท่านยืนอยู่บนซากศพของต้นไม้นับร้อยนับพัน ลองนึกภาพดูว่าในร่องเขาแบบนี้..ถ้าฝนตกลงมา กระแสน้ำจากบนภูเขาจะไหลไปทางไหน..เป้าหมายของมันก็คือหมู่บ้านเชิงเขา และเราก็จะได้เห็นภาพของการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ได้อ่านข่าวทั้งจากหนังสือพิมพ์และนั่งดูข่าวผ่านทีวีทุกช่องด้วยความตกอกตกใจ ว่ามันเป็นไปได้อย่างไร ทำไมธรรมชาติช่างโหดร้ายกับมนุษย์ผู้ใสซื่อตัวเล็กๆ คนตายก็ตายไป พวกที่อยู่ก็ยังคงถากถางทำลายป่าแลกเงินกันต่อไปหามีจิตสำนึกไม่ บทเรียนกี่ครั้งที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยให้เราฉลาดขึ้นเลยสักนิด ธรรมชาติปรับตัวเป็นเรื่องปกติ แต่มนุษย์เองมิใช่หรือที่นำพาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่ๆ ไม่ควรอยู่ เหมือนไปนอนอยู่กลางถนนท่ามกลางอันตรายจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมา ยามเมื่อมีการตายการสูญเสียเราจะโทษป่า โทษภัยธรรมชาติว่าโหดร้ายได้อย่างไร สองมือยังถากถางทำลายป่ากันไม่หยุด แต่ปากก็ร้องถามว่า ทำไมธรรมชาติจึงโหดร้ายนัก มันช่างไม่ยุติธรรมกับมนุษย์ตัวเล็กๆ เลย ทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่ ธรรมชาติมายุ่งกับมนุษย์ทำไม . เฮ้อออออ..มนุษย์หนอมนุษย์..!!! เมื่อฝนเริ่มตก..ด้วยความลาดชันของภูเขา ดินที่ปราศจากการยึดด้วยรากของต้นไม้ เมื่อปริมาณน้ำยิ่งมากขึ้น ดินก็ยิ่งมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นทุกทีจากการอมน้ำไว้ด้วยปริมาณมาก แล้วมันก็จะพังทลายลงมา..ไหลลงไปรวมกันในร่องเขา พัดกวาดท่อนซุงที่มนุษย์ทิ้งไว้บนเขาลงมาด้วย ยิ่งภูเขาสูงชันเท่าไร กระแสน้ำที่ไหลลงมาจะมีความเร็วและรุนแรงบ้าคลั่ง พัดกวาดต้นไม้ชนิดถอนรากถอนโคน จุดหมายของพวกมันคือ หมู่บ้านและเมืองเบื้องล่าง |  |
| หมู่บ้านในหุบเขา..ตามเชิงเขาจะโดนถล่มก่อนเป็นการปลดปล่อยพลังครั้งแรกของมัน ในภาพไม่ใช่กองไม้จิ้มฟัน แต่เป็นซุงขนาดต่างๆ ไหลลงมาจากภูเขาเข้าถล่มหมู่บ้าน ขอย้ำว่า..มันคือท่อนซุงครับท่าน |
| .. มองไปทางไหนไม่เห็นอะไรเลย..นอกจากท่องซุงและทะเลโคลน.. | |
 | .. บริเวณนี้เคยเป็นนาข้าวลุ่มแม่น้ำที่เขียวขจี..แต่ตอนนี้มีแต่โคลนหนาเป็นฟุต.. |
| .. ลงมาดูที่พื้นด้านล่าง.คราวนี้เชื่อหรือยังล่ะครับ ว่าที่มองเห็นทางอากาศเหมือนไม้จิ้มฟันมันเป็นท่อนซุงจริงๆ .. กองนี้แยกไม่ออกเลยว่าอะไรเป็นอะไร. | |
| .. เหลือเพียงเสาโด่เด่..มันเคยเป็นอาคารเรียนมาก่อน จะมองเห็นซากของเสาธงที่เด็กๆ ใช้เคารพธงชาติยามเช้าด้านซ้ายมือ.. |
| นายทุนรวยเอารวยเอา นอนสบายอยู่ในเมืองครับ ส่วนชาวบ้านเป็นเหยื่อรับจ้างตัดไม้ก็ถูกจับ เวลาเกิดภัยจากธรรมชาติตัวชาวบ้านเองก็เป็นผู้รับเคราะห์ น่าสงสารที่สุดคือชาวบ้านตาดำๆ ทำไปด้วยความไม่รู้ว่าผลที่ตามมาจะรุนแรงขนาดไหน เงินและทรัพย์สมบัติที่สร้างสมมาจากการรับจ้างตัดไม้ ยามธรรมชาติมาทวงคืนต้องคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย คือชีวิตของตัวเองหรือไม่ก็เป็นคนในครอบครัวที่ตัวเองรัก ป่าปิดไปนานแล้วครับ แต่ประตูหลังไม่ได้ปิดแถมยังเปิดกว้างกว่าประตูหน้าซะอีก นับจากวันที่ประกาศปิดป่าต้นไม้ยังคงถูกลำเลียงออกจากป่าไม่มีวันหยุด ก่อนปิดป่า ป่าจะถูกตัดทำลายอย่างถูกกฏหมายจากเจ้าของสัมปทานเพียงกลุ่มเดียว ซึ่งเขาจะคอยสอดส่องไม่ให้ชาวบ้านเข้ามากอบโกยผลประโยชน์แข่งกับพวกเขา แต่พอปิดป่ายกเลิกทุกสัมปทานป่าก็กลายเป็นของสาธารณะ พวกนายทุนเจ้าของสัมปทานเดิมก็แอบเข้าไปตัด ชาวบ้านก็ร่วมสังฆกรรมด้วย ต่างคนต่างทำงานของตัวเองอย่างแข็งขัน ไม่มีใครว่าใคร.มือใครยาวสาวได้สาวเอา..สุดท้ ายก็..เละ | |
| .. คนสมัยก่อนพึ่งพาอาศัยป่าด้วยความเคารพในฐานะที่ป่าคือชีวิต คือแหล่งอาหาร.คือแหล่งของสมุนไพรรักษาโรค คือที่อยู่อาศัย ทุกคนอยู่กันอย่างพอเพียงล่าสัตว์ได้ 1 ตัว ก็กลับบ้านกินหมดแล้วค่อยไปออกล่าหาเอาใหม่ ตัดไม้พอปลูกบ้านอาศัยก็เพียงพอแล้ว..ป่าก็สงบเรียบร้อย.. แต่ปัจจุบันทุกอย่างเป็นเงินเป็นทอง..ทุกคนต่างแข่งขันกันสร้างฐานะไม่รู้จักพอ เพื่อสะสมเงินทองให้ได้มากที่สุด สุดท้ายทุกคนต้องมาร่วมกันชดใช้..เราต้องมาเผชิญกรรมร่วมกัน.. |